

เตรียมตัวให้พร้อม กับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” หรือ “คนละครึ่ง 2568” ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งในครั้งนี้มาพร้อมสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสิ้นปี 2568 หากคุณเป็นเจ้าของร้านค้า ร้านอาหาร ที่สนใจเข้าร่วมโครงการเพื่อเพิ่มยอดขายและดึงดูดลูกค้า แล้วกำลังสงสัยว่าลงทะเบียนร้านค้าด้วยแอปถุงเงินอย่างไร ให้ร้านรับคนละครึ่งได้ บทความนี้มีสอนวิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสให้คุณสรุปขั้นตอนการลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 หรือ คนละครึ่งพลัส สำหรับร้านค้า ร้านอาหาร ที่อยากทำให้ร้านตัวเองรับคนละครึ่งได้ อย่างละเอียดและเข้าใจง่าย พร้อมเงื่อนไขที่ควรรู้
“คนละครึ่งพลัส” หรือ “คนละครึ่ง 2568” คือ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนายอนุทิน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน เพิ่มรายได้ให้กับร้านค้าขนาดเล็ก และฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายค่าสินค้าและบริการครึ่งหนึ่งหรือ 50% ของยอดซื้อ ไม่เกิน 200 บาท ต่อคน ต่อวัน ผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง
“คนละครึ่ง 2568” มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์มากขึ้น จากโครงการ “คนละครึ่ง” เมื่อปี 2565 ดังต่อไปนี้
ร้านค้าหรือร้านอาหาร ที่ต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 จะต้องเตรียมเอกสาร ดังต่อไปนี้
จากนั้นให้ร้านค้าที่ต้องการลงทะเบียนคนละครึ่ง นำเอกสารหลักฐานดังกล่าว ไปติดต่อที่ จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือสาขาธนาคารกรุงไทย เพื่อขออนุมัติเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 ได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 – 19 ธันวาคม 2568

ร้านค้าใหม่ที่จะลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 ได้ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
1.ต้องเป็นร้านค้าถุงเงินที่ได้รับการยืนยันประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่รัฐของกระทรวงมหาดไทย
2. นำแบบฟอร์มใบสมัคร มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ที่จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา และ ต้องไม่เป็นร้านค้าที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ในโครงการคนละครึ่ง 2565
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ร้านค้าเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 (ปี 2565) แล้ว หากร้านค้าผ่านเกณฑ์จะสามารถรับสิทธิเข้าร่วมโครงการได้เลย
ร้านค้าบุคคลธรรมดา ที่ผู้ประกอบการร้านค้าฯ มีสัญชาติไทย ไม่ได้เป็นนิติบุคคล และประกอบธุรกิจ ดังต่อไปนี้
1.ร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือ ร้านค้าธงฟ้าฯ
2. ร้านค้าที่ให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม
3. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ เช่น แท็กซีมิเตอร์, รถตู้โดยสาร, รถสามล้อสาธารณะ, รถสองแถวร้บจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ เป็นต้น
นิติบุคคลที่สามารถเข้าร่วมโครงการ ประกอบไปด้วย
1. นิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลและงบการเงิน (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567
2. ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่
3. ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมือง ตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ และร้านค้าของวิสาหกิจชุมชน ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ
สินค้าที่ไม่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า
ร้านค้าที่ไม่ต้องลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 ได้แก่
ซึ่งสิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่
สำหรับธุรกิจที่ต้องการ สมัครร้านค้าคนละครึ่ง แต่ยังไม่เคยลงทะเบียนคนละครึ่งมาก่อน สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส ได้ ณ จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 – 19 ธันวาคม 2668
วิธีลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 ง่าย ๆ เพียงแค่ทำตามขั้นตอน ต่อไปนี้
ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 มีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้ประกอบการยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้เช่นเดิม
ซึ่งใครที่ยังไม่เข้าใจหลักเกณฑ์ของการส่งภาษีสำหรับร้านอาหาร สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ : ภาษีร้านอาหาร
อย่างไรก็ตาม หากร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และยื่นแบบแสดงรายการภาษี (ภ.พ.30) ทุกเดือน
สำหรับร้านค้าลงทะเบียนคนละครึ่ง หรือโครงการ “คนละครึ่ง 2568” เป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มยอดขาย แต่การบริหารจัดการรายรับ-รายจ่ายที่เพิ่มขึ้นก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากไม่มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ อาจทำให้เกิดปัญหาหรือข้อผิดพลาดเมื่อต้องยื่นภาษีประจำปีได้
FlowAccount เป็นโปรแกรมบัญชีที่ใช้งานง่ายและเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและร้านค้าทั่วไป เพื่อช่วยให้ร้านค้าของคุณสามารถจัดการเรื่องบัญชีได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การบันทึกรายรับ-รายจ่าย ไปจนถึงการออกเอกสารสำคัญทางบัญชี เช่น ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี ทำให้คุณสามารถตรวจสอบสถานะทางการเงินของร้านได้แบบเรียลไทม์ และเตรียมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการยื่นภาษีได้อย่างง่ายดาย ทำให้ผู้ประกอบการมีเวลาไปโฟกัสกับการขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่
ตอบ: สามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ โดยร้านค้าที่ขายผ่านช่องทาง Food Delivery สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้เหมือนร้านค้าทั่วไป โดยหลังจากที่ร้านค้าได้รับการอนุมัติแล้ว จะสามารถเลือกผูกกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้บนแอปฯ ถุงเงิน ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งร้านค้าจะสามารถเลือกผูกกับแพลตฟอร์ม Food Delivery ได้เพียงรายเดียวเท่านั้น
ตอบ: ร้านค้าทั่วไป จะเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน จนไปถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2568 และ
ร้านค้าที่ขายผ่าน Food Delivery จะเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ระหว่างเวลา 06.00 – 21.00 น. ของทุกวัน จนไปถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2568
ตอบ: ร้านค้าจะสามารถรู้ผลการพิจารณาได้ภายใน 3 วันทำการ นับจากวันที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568
ตอบ: ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง จะได้เงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ร้านค้าได้ผูกไว้กับระบบ โดยจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 : เงินส่วนของประชาชน ที่ชำระผ่าน G Wallet ตั้งแต่เวลา 02:00 น. เป็นต้นไป
ส่วนที่ 2 : เงินสมทบจากภาครัฐ ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป
แต่ สำหรับร้านค้าที่ขายผ่าน Food Delivery จะได้รับเงินใน 3 วันถัดไปนับจากวันทำรายการ